วัดกึ๋นรัฐบาล‘ยิ่งลักษณ์’-ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง Share


ถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้เรียกว่าต้องจับตามองกันวันต่อวัน เพราะมีแต่ข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันยังแกว่งตัวผันผวน แต่มีแนวโน้มทรงตัว จึงยังไม่เห็นการขยับราคามากขึ้น โดยราคาขายปลีกล่าสุด น้ำมันเบนซิน 91 อยู่ที่ 40.91 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.63 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.88 บาทต่อลิตร และดีเซลอยู่ที่ 31.73 บาทต่อลิตร

ล่าสุดกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สั่งการให้จัดทำแผนจำลองสถานการณ์ราคาน้ำมัน และมาตรการรับมือ เพื่อเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ลั่นฆ้องสู้ราคาน้ำมันอีกครั้ง

โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ที่จะส่งผลต่อต้นทุนขนส่งและราคาสินค้าอย่างหนัก เพราะหากปล่อยให้ราคาดีเซลทะยาน นั่นหมายความว่าค่าครองชีพจากสินค้าแทบทุกประเภทจะขยับเป็นเงาตามตัว ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้เห็นสัญญาณการควบคุมราคาดีเซลจากรัฐบาล

ขณะเดียวกันทันทีที่รัฐบาลแตะงานบริหารราชการ ก็ได้ล้างกระดานมาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร ปล่อยให้ราคาเข้าสู่กลไกตลาด ซ้ำร้ายล่าสุดยังกลับมาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากดีเซลอีก 0.60 บาทต่อลิตร

เหลือแต่มาตรการภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ยังตรึงต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.2555 แต่ล่าสุดกรมสรรพสามิตเตรียมเสนอกระทรวงการคลังขึ้นภาษีน้ำมันดีเซลในเดือนเม.ย.นี้

 หลังจากที่มาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซลจาก 5.31 บาทต่อลิตร เหลือ 0.005 บาทต่อลิตร สิ้นสุดลง เพราะทนเฉือนเนื้อเดือนละ 9,000 ล้านบาท ไม่ไหวอีกต่อไป


อกจากนี้ ที่ผ่านมา นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สนพ. ระบุว่า

ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีโอกาสแตะที่ระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจุบันที่ระดับราคาเฉลี่ย 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

โดยปกติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น 1 เหรียญต่อบาร์เรล จะส่งผลต่อราคาขายปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 0.20 บาทต่อลิตร นั่นหมายความว่าหากราคาทะลุ 150 เหรียญสหรัฐ โอกาสที่ราคาดีเซลจะทะลุ 35 บาทต่อลิตรก็เป็นไปได้ ซึ่งราคาดังกล่าวยังไม่รวมการเก็บภาษีสรรพสามิตอีก 5 บาท หากรวมทั้งหมดจะส่งผลให้ราคาดีเซลแตะเกิน 40 บาทต่อลิตร

เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่รัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำเกิดบาดแผลจากปมราคาน้ำมัน สนพ.จึงเร่งคลอดพิมพ์เขียวควบคุมราคาขึ้นภายใต้การทำเวิร์กช็อปร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ตั้งกรอบสมมติฐานที่อัตราเงินเฟ้อระดับไม่เกิน 3% ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจะไม่เกิน 32 บาทต่อลิตร

คุมราคาดีเซลไม่ให้เกิน 32 บาทต่อลิตร ขณะนี้ต้องถือว่าเป็นงานหินชนิดหืดขึ้นคอ ภายใต้ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันที่เรียกว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งเรื่องสถานการณ์อิหร่านเลิกส่งน้ำมันให้กลุ่มประเทศยุโรป จ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ เศรษฐกิจสหรัฐ-สหภาพยุโรปฟื้นตัว ญี่ปุ่นมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มทดแทนพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงสภาพภูมิอากาศหนาวนาน

โจทย์กว้างๆ ที่ สนพ.วางแผนไว้คือ หากราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 135 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อาจต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วย เช่น การลดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของดีเซลที่ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ระดับ 0.60 บาทต่อลิตร และหากเกินกว่านั้นก็อาจลดการเก็บเงินกองทุนอนุรักษ์ฯ ในส่วนของดีเซลที่เก็บอยู่ 0.25 บาทต่อลิตร

และหากราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็อาจต้องใช้วิธีการจ่ายชดเชยเงินกองทุนน้ำมันฯ โดยจะดูราคาน้ำมันเฉลี่ยทุก 3 วัน ซึ่งการปรับขึ้นทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล กองทุนน้ำมันฯ จะต้องจ่ายเงินชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร

หรือในกรณีเลวร้ายที่สุด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล กองทุนน้ำมันฯ จะต้องจ่ายเงินชดเชยประมาณ 1.80-2 บาทต่อลิตร หรือกองทุนน้ำมันฯ จะต้องจ่ายเงินชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยตกประมาณวันละ 91 ล้านบาท หรือประมาณเดือนละ 2,730 ล้านบาท


าดูที่หน้าตักกองทุนน้ำมันฯ ว่าพร้อมจะสู้ราคาดีเซลหรือไม่ ล่าสุด ณ วันที่ 26 ก.พ.2555 จากการเข้าไปอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี)

ส่งผลให้กองทุน  น้ำมันฯ มีฐานะติดลบ 19,195 ล้านบาท ที่ผ่านมามีการเปิด วงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท และมีการกู้จริง 6,000 ล้านบาทเพื่อมาดูแลราคา แต่เมื่อจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซล สนพ.เล็งเสนอ กพช.เพื่อเปิดวงเงินกู้อีก 10,000 ล้านบาท เรียกว่าทุ่มสู้สุดตัว

คงได้แต่ภาวนาให้ราคาตลาดโลกไม่ทะยานไปมากกว่านี้ เพราะหากราคายิ่งถ่างออกจาก 32 บาทต่อลิตรมากเท่าไหร่ ก็ถือว่ากองทุนน้ำมันฯ จะต้องกู้มาถมสู้ราคามากเท่านั้น ส่วนเรื่องการชะลอมาตรการภาษีสรรพสามิตดีเซลก็เป็นแค่การไม่ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกเพิ่มขึ้น ไม่ได้ช่วยให้ราคาลดลงเลย และการชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ก็ช่วยลดราคาได้แค่ไม่เกิน 0.60 บาทต่อลิตร


ด้านนายธนิต โสรัตน์ ประธานสายงานเศรษฐกิจและโลจิส ติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า

ราคาดีเซลโดยเฉลี่ยจะเป็นต้นทุนต่อค่าขนส่งประมาณ 35% โดยราคาขายปลีกที่ขยับเพิ่มทุกๆ 1 บาท จะส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.26% และคิดเป็นแบบต้นทุนทวีคูณ เนื่องจากภาคการขนส่งมีการส่งสินค้าเป็นทอดๆ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือว่ายังโชคดีที่ภาคขนส่งมีการแข่งขันกันสูง ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยยังไม่สร้างภาระให้กับผู้บริโภค

“การที่จะเพิ่มค่าขนส่งให้เพิ่มขึ้นอีก 5-6% นั้นราคาดีเซลต้องเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-6 บาท จากปัจจุบันที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 31 บาทต่อลิตร แต่ ณ สถานการณ์ราคาดีเซลในขณะนี้ผู้ประกอบการยังสามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อยู่ แต่คงต้องขอร้องให้รัฐบาลชะลอมาตรการภาษีดีเซลออกไปอีก 1-2 เดือน เพราะต้องอย่าลืมว่าตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป ภาคเอกชนจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ซึ่งสุดท้ายภาระต้นทุนทั้งหมดคงหนีไม่พ้นให้ประชาชนมาช่วยแบกรับ” นายธนิตกล่าว


ลับมาในส่วนของนโยบายราคาน้ำมันเบนซิน สนพ.ยังไม่ได้มีการกำหนดมาตรการควบคุมราคาแต่อย่างใดและยังเดินหน้าที่จะเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากกลุ่มเบนซินอีกเดือนละ 1 บาทต่อลิตร จนครบ 7-8 บาทต่อลิตร ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาเบนซินมีความเป็นไปได้ที่จะขยับขึ้นไปที่ลิตรละ 50 บาท

สนพ.ไม่ได้จนแต้มในการคุมราคาเบนซิน แต่การเข้าไปตรึงราคาเบนซินอีกเท่ากับว่าเป็นการทุบกระปุกกองทุนน้ำมันฯ ให้ถังแตกมากกว่าเดิม โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีรายได้จากการเก็บเงินนำส่ง 2 บาทต่อลิตร หรือเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นอีกวันละ 20 ล้านบาท เหลือเฉลี่ยติดลบ 121 ล้านบาท หรือหากผู้ใช้เบนซินอดรนทนไม่ไหวต้องการให้ตรึงบ้าง สนพ.ก็อาจจำเป็นต้องปลดล็อกราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน ให้มีการปรับลอยตัวเร็วกว่ากำหนดเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2556 ซึ่งก็เป็นเรื่องต้องยื่นหมูยื่นแมว

เรื่องราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ภาระกองทุนน้ำมันฯ และราคาแอลพีจี-เอ็นจีวี จึงเป็นงานที่ท้าทายรัฐบาล ว่า

จะบริหารอย่างไรจึงจะ “เอาอยู่” ท่ามกลางการจับตาของประชาชน มีผู้ได้เสียนับล้านๆ คน

จมวิกฤตน้ำท่วมไปแล้ว รัฐบาลพร้อมหรือยัง ที่จะรับวิกฤตน้ำมันอีกครั้ง!

ที่มา วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:19 น.  ข่าวสดออนไลน์



อ่าน : 1548 ครั้ง
วันที่ : 05/03/2012

Contact : V-SERVE GROUP 709/54-55 ถ.สุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง  กทม. 10250 โทรศัพท์. 0 2332 3940-9 โทรสาร. 0 2332 0754
E-mail: tanit@v-servegroup.com